แซ่หน่า เมืองหน่าจายญิง ยูนนาน: รากเหง้ามุสลิมที่ทอดถึงล้านนา

แซ่หน่า เมืองหน่าจายญิง ยูนนาน: รากเหง้ามุสลิมที่ทอดถึงล้านนา
       กลางหุบเขาทางตอนใต้ของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน มีหมู่บ้านมุสลิมเล็ก ๆ ชื่อว่า “หน่าจายญิง” (纳家营, Na Jiaying)
ที่อำเภอตงไห่ เมืองอวี้ซี — ชุมชนแห่งนี้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางศรัทธาของมุสลิมฮุยที่เก่าแก่ที่สุดในจีนตอนใต้
      เสียงอะซานจาก มัสยิดหน่าจายญิง (Na Jiaying Mosque)
ก้องกังวานยามรุ่ง เหมือนเสียงเรียกของประวัติศาสตร์
ตัวอาคารหลังคาไม้ซ้อนสามชั้นสีเขียวแบบจีนแท้
ผสมกับสถาปัตยกรรมอิสลามอันงดงาม
ยืนยันการอยู่ร่วมกันของสองวัฒนธรรมมากว่า 600 ปี

#จากเปอร์เซียสู่ยูนนาน
     เรื่องราวของชาวมุสลิมในยูนนาน ต้องย้อนกลับไปถึงสมัยราชวงศ์หยวน (元朝, ศตวรรษที่ 13)
เมื่อจักรวรรดิมองโกลเปิดประตูต้อนรับผู้คนจากเอเชียกลาง
หนึ่งในนั้นคือ ซัยยิด อะญัล ชัมส์ อัดดีน (赛典赤·赡思丁, Sayyid Ajall Shams al-Din)
มุสลิมเชื้อสายเปอร์เซียจากบูคารา  ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงใหญ่ปกครองยูนนาน
      ท่านนำทั้งระบบการปกครอง การศึกษา และศาสนาอิสลามเข้าสู่ดินแดนจีน. สร้างมัสยิด โรงเรียน และเผยแผ่วัฒนธรรมที่เน้นความมีคุณธรรมและความรู้
ลูกหลานของท่านภายหลังกลายเป็นชาวมุสลิมฮุยจำนวนมากในยูนนาน
หนึ่งในสายสกุลสำคัญคือแซ่ “นา (纳)” หรือ “หน่า” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของหมู่บ้านหน่าจายญิง

#ตระกูลแซ่หน่า: เสาหลักแห่งหน่าจายญิง
      ตามบันทึกท้องถิ่น “通海县志” (พงศาวดารเมืองตงไห่) กล่าวว่า ในปี ค.ศ. 1370 (สมัยจักรพรรดิหงหวู่ ราชวงศ์หมิง)
ชายชื่อ หน่าซู่หลู่ (纳数鲁)  พร้อมบุตรชายสามคน — หน่าหรง, หน่าฮวา และ หน่าฟู่ —
ได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่ราบแห่งนี้และตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “หน่าจายญิง”
      จากวันนั้น “ตระกูลหน่า” ได้กลายเป็นเสาหลักของชุมชนมุสลิม
พวกเขารับหน้าที่อิหม่าม ครูสอนศาสนา และผู้นำชุมชน  สืบทอดการศึกษาคำสอนอิสลามรุ่นต่อรุ่น จนชาวบ้านขนานนามว่า “สามสาขาแห่งหน่า” คือสามตระกูลใหญ่ผู้ร่วมสร้างหมู่บ้านนี้

#เส้นทางแห่งคาราวานและศรัทธา
        หน่าจายญิงตั้งอยู่บนเส้นทางค้าระหว่างยูนนาน–เชียงตุง–ล้านนา
ทำให้ที่นี่เป็นจุดพักของคาราวานม้า ล่อ และอูฐ
ซึ่งขนส่งชา เกลือ และผ้าไหมไปยังแผ่นดินใต้

       ชาวแซ่หน่าหลายครอบครัวจึงกลายเป็นพ่อค้าคาราวาน บางคนเดินทางลงสู่สิบสองปันนา เชียงรุ่ง และเชียงตุง
ก่อนเข้าสู่ลุมแม่น้ำปิง–วัง–ยม–น่านของล้านนา และตั้งรกรากในเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน กลายเป็น “ลูกหลานหน่าจายญิง” บนแผ่นดินไทยในเวลาต่อมา

#ผู้นำศาสนาแห่งยุค
        หน่าจายญิงมีอิหม่ามและผู้นำชุมชนที่สืบศรัทธาอิสลามมาหลายชั่วคน แม้ชื่อของพวกเขาจะไม่ถูกบันทึกในเอกสารใหญ่ แต่มัสยิดกลางหมู่บ้าน — ที่บูรณะหลายครั้งแต่ยังคงรูปแบบดั้งเดิม —
คือสัญลักษณ์แห่งการรักษาเอกลักษณ์มุสลิมในแผ่นดินจีน

      ปัจจุบัน ชุมชนหน่าจายญิงยังคงมีโรงเรียนศาสนาและองค์กรท้องถิ่นที่สืบทอดประเพณีการเรียนอัลกุรอาน
แม้ต้องปรับตัวกับยุคสมัยและนโยบายของรัฐ
แต่พวกเขายังยืนหยัดด้วยศรัทธาอันมั่นคง

#จากยูนนานสู่ล้านนา
      มุสลิมยูนนานที่อพยพลงใต้ในอดีต
นำเอาภาษา วัฒนธรรม และศรัทธามาผสมผสานกับคนเมืองล้านนา
เราจึงเห็นร่องรอยของ “หน่าจายญิง”
ในชื่อแซ่ “หน่า” หรือ “นา” ของมุสลิมเชียงใหม่และภาคเหนือ

      ไม่เพียงในชื่อเท่านั้น
แต่ยังอยู่ในท่าทีแห่งศรัทธา ความสุภาพ และความขยันขันแข็ง
ที่สืบทอดจากรากเหง้าคนยูนนานมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน

       หน่าจายญิงจึงมิใช่เพียงหมู่บ้านเล็กในยูนนานหากแต่เป็น “สะพานแห่งศรัทธา” ที่เชื่อมโลกมุสลิมตะวันออกกลาง – จีน – ล้านนาเข้าด้วยกัน

> “จากบูคาราสู่หน่าจายญิง และจากหน่าจายญิงสู่เชียงใหม่
คือเส้นทางแห่งศรัทธาที่ไม่เคยสิ้นสุด”

#แหล่งอ้างอิง
1. 通海县志 (พงศาวดารอำเภอตงไห่), 云南省地方志办公室, ฉบับตีพิมพ์ ค.ศ. 1992.

2. Na Jiaying Mosque (纳家营清真寺) – Yunnan Province Cultural Heritage Record, Yunnan Islamic Association, 2020.

3. Sayyid Ajall Shams al-Din Omar – Encyclopaedia of Islam (Brill, Leiden, 1986).

4. 《云南回族史》 (ประวัติศาสตร์มุสลิมฮุยแห่งยูนนาน) โดย 马贤良 และ 白寿彝, สำนักพิมพ์ชนชาติยูนนาน, 1985.

5. รายงาน RFA ภาษาจีน เรื่อง “云南通海纳家营回族社区的信仰生活” (2024).

เรียบเรียงโดย: ชุมพล ศรีสมบัติ
เผยแพร่โดย: เพจ ข่าวมุสลิมเชียงใหม่ ออนไลน์

ความคิดเห็น