กลุ่มอัล-อัรกอม (Al-Arqam / Darul Arqam)

กลุ่มอัล-อัรกอม (Al-Arqam / Darul Arqam) เป็นหนึ่งในขบวนการฟื้นฟูศาสนาอิสลามที่เคยมีอิทธิพลอย่างสูงมากในประเทศมาเลเซีย ช่วงทศวรรษ 1970 ถึง 1990 โดยโดดเด่นทั้งในด้านวิถีชีวิต การทำธุรกิจ และแนวคิดทางศาสนา ก่อนจะถูกรัฐบาลมาเลเซียประกาศให้เป็นกลุ่มนอกรีตและสั่งยุบกลุ่มไปในที่สุด
​นี่คือสรุปภาพรวมเกี่ยวกับความเชื่อ การเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการของกลุ่มอัล-อัรกอมครับ:
​1. การก่อตั้งและการเติบโต
​ผู้ก่อตั้ง: ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1968 โดย อัชอารี มูฮัมหมัด (Ashaari Muhammad) หรือที่สานุศิษย์เรียกว่า "อุสตัดซ์ อัชอารี" (Ustaz Ashaari) หรือ "อาบูยา" (Abuya)
​แนวทาง: เริ่มต้นจากการเป็นกลุ่มศึกษาศาสนาขนาดเล็ก ก่อนจะขยายตัวเป็นชุมชนพึ่งพาตนเอง โดยเน้นการแต่งกายตามแบบซุนนะฮ์ (สวมชุดโต๊ปสีขาว/เขียว สวมหมวกกะปิเยาะห์หรือใช้ผ้าโพกศีรษะ) และสร้างระบบเศรษฐกิจอิสลามของตนเอง เช่น การผลิตอาหารฮาลาล โรงเรียน สื่อ และร้านค้า
​2. ความเชื่อและหลักคำสอนสำคัญ
​ความเชื่อของกลุ่มอัล-อัรกอมเป็นการผสมผสานระหว่างแนวคิดซูฟี (Sufism) กับความเชื่อเรื่องวาระสุดท้ายของโลก (Messianic views) ซึ่งต่อมากลายเป็นประเด็นขัดแย้งหลักกับสำนักจุฬาราชมนตรีและองค์กรศาสนาของรัฐบาลมาเลเซีย (JAKIM):
​คำสอน Aurad Muhammadiah: เป็นบทสวดและหลักปฏิบัติเฉพาะของกลุ่ม โดยเชื่อว่าได้รับมาจาก เชค มูฮัมหมัด อัล-ซูฮัยมี (Sheikh Muhammad al-Suhaimi) ซึ่งสาวกเชื่อว่าเป็นผู้นำศาสนาคนสำคัญ และอัชอารีอ้างว่าได้รับคำสั่งสอนนี้ผ่านนิมิต/สมาธิ
​ความเชื่อเรื่องพระเมสสิอาห์ (Mahdi Concept):
​สาวกเชื่อว่า เชค มูฮัมหมัด อัล-ซูฮัยมี คือ อิหม่ามมะฮ์ดี (ผู้นำยุคสุดท้ายตามความเชื่ออิสลาม) ที่ยังไม่ตาย แต่อยู่ในสภาวะการเร้นกาย (Ghaib) และจะกลับมา
​เชื่อว่าตัว อัชอารี มูฮัมหมัด เองคือ "เยาวชนแห่งกุเรช" (Youth of Bani Hashim) ที่จะเป็นผู้ปูทางและส่งมอบอำนาจให้กับอิหม่ามมะฮ์ดี
​การเทิดทูนผู้นำ: มีระบบชนชั้นและการปฏิบัติตามผู้นำอย่างเคร่งครัด เชื่อว่าผู้นำมีนิมิตพิเศษที่สื่อสารตรงกับท่านนบีมูฮัมหมัดได้
​3. จุดเปลี่ยนและการสั่งกราบปราม (ปี 1994)
​ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 กลุ่มมีสมาชิกนับแสนคน และมีเครือข่ายธุรกิจมูลค่ามหาศาล รวมถึงเริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อการเมืองและสังคมในมาเลเซียอย่างมาก
​การกวาดล้างโดยรัฐบาล: ในปี ค.ศ. 1994 รัฐบาลมาเลเซียภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด ร่วมกับคณะกรรมการสภาฟัตวาแห่งชาติ ได้ประกาศให้คำสอนของกลุ่มอัล-อัรกอมเป็น "เบี่ยงเบนและนอกรีต" (Deviant)
​เหตุผลของรัฐ:
​ความเชื่อเรื่องอิหม่ามมะฮ์ดีและการติดต่อกับนบีขัดต่อหลักการศาสนาอิสลามกระแสหลัก
​รัฐบาลมองว่ากลุ่มอัล-อัรกอมเริ่มสร้างสภาวะ "รัฐซ้อนรัฐ" และเป็นภัยต่อความมั่นคงทางการเมือง
​ผลลัพธ์: อัชอารี มูฮัมหมัด ถูกจับกุมตัวภายใต้กฎหมายความมั่นคงภายใน (ISA) กลุ่มถูกสั่งยุบ โรงเรียนและทรัพย์สินของกลุ่มถูกระงับหรือยึดครอง อัชอารีออกรายการโทรทัศน์เพื่อสารภาพผิดและประกาศสลายกลุ่มอย่างเป็นทางการ
​4. การเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการหลังถูกยุบ
​แม้อัล-อัรกอมจะถูกสั่งยุบไปแล้ว แต่เครือข่ายสาวกและแนวคิดธุรกิจยังคงปรับตัวและดำเนินต่อมาในหลายรูปแบบ:
​Phase 1: Rufaqa Corp (ปลายทศวรรษ 1990 - 2000s)
​สมาชิกเดิมได้ตั้งบริษัท Rufaqa' Corporation ขึ้นมาใหม่ โดยเน้นการทำธุรกิจฮาลาล เครือข่ายมินิมาร์ท และอสังหาริมทรัพย์
​รัฐบาลยังคงจับตาดูอย่างใกล้ชิด และในที่สุดก็ถูกสั่งกุมและควบคุมอีกครั้งในปี 2006 เนื่องจากพบว่ายังคงมีการแอบแฝงสอนหลักคำสอนเดิมของอัล-อัรกอมอยู่
​Phase 2: GISBH (Global Ikhwan Services and Holdings)
​หลังจากการเสียชีวิตของ อัชอารี มูฮัมหมัด ในปี ค.ศ. 2010 กลุ่มสาวกได้แปลงสภาพเครือข่ายธุรกิจอีกครั้งภายใต้ชื่อ GISBH
​การปรับภาพลักษณ์: GISBH พยายามปรับภาพลักษณ์ให้กลายเป็นเครือข่ายธุรกิจอิสลามข้ามชาติที่ประสบความสำเร็จ โดยมีธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม การผลิตอาหารฮาลาล และการท่องเที่ยวในหลายประเทศ (รวมถึงในประเทศไทยและตะวันออกกลาง)
​มรดกทางความคิด: แม้ภายนอกจะดูเหมือนบริษัทเอกชนยุคใหม่ แต่โครงสร้างภายในและวิถีชีวิตของพนักงาน/สมาชิกยังคงรักษาความสัมพันธ์ ระบบชุมชน และความศรัทธาต่อแนวคิดดั้งเดิมของอัชอารีไว้อย่างเหนียวแน่น
​สรุป
​กลุ่มอัล-อัรกอม ถือเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมและศาสนาที่สำคัญมากในประวัติศาสตร์มาเลเซียร่วมสมัย จาก กลุ่มเคลื่อนไหวทางศาสนาและชุมชนเคร่งศาสนา สู่ จุดขัดแย้งด้านคำสอนและความมั่นคงกับรัฐบาล จนถูกสั่งยุบ และก้าวเข้าสู่ การแปลงสภาพเป็นเครือข่ายกลุ่มทุนธุรกิจฮาลาลข้ามชาติ ในปัจจุบัน​

ความคิดเห็น