ก่อนถึงช่วงการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัด บรรยากาศในหลายพื้นที่มักเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด บุคคลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง คือ "อิหม่ามประจำมัสยิด" เพราะตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลามและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
อิหม่ามเป็นผู้มีสิทธิร่วมคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการบริหารองค์กรอิสลามในระดับจังหวัด
เมื่อถึงเวลาคัดเลือก หลายคนจึงเข้าหาอิหม่ามมากกว่าปกติ ทั้งการพบปะ พูดคุย แนะนำตัว หรือขอการสนับสนุน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแทบทุกสมัยของการคัดเลือก
แต่เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น อำนาจในการตัดสินใจหลายประการก็จะเปลี่ยนผ่านไปยังคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว เพราะคณะกรรมการชุดนั้นจะเป็นผู้เลือกประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เลขานุการ และตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ รวมทั้งผู้แทนในระดับประเทศตามที่กฎหมายกำหนด
กล่าวได้ว่า อิหม่ามคือ "ประตูด่านแรก" ของกระบวนการคัดสรรผู้นำองค์กรอิสลาม หากด่านแรกเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีความซื่อสัตย์ และมีวิสัยทัศน์ ผลที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลต่อการบริหารงานขององค์กรอิสลามทั้งจังหวัด แต่หากการตัดสินใจถูกครอบงำด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัว ความนิยมเฉพาะกลุ่ม หรือผลประโยชน์ระยะสั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อองค์กรในระยะยาว
อิสลามให้ความสำคัญกับ "อามานะห์" หรือความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย อัลกุรอานได้สอนไว้ว่า
"แท้จริงอัลลอฮ์ทรงใช้พวกเจ้าให้ส่งมอบอามานะห์แก่ผู้ที่สมควรได้รับมัน และเมื่อพวกเจ้าตัดสินระหว่างผู้คน ก็จงตัดสินด้วยความยุติธรรม"
หลักการนี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะผู้ที่จะเข้ารับตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังหมายถึงผู้ที่มีหน้าที่คัดเลือกด้วย เพราะการลงคะแนนหรือการเลือกบุคคล ก็เป็นอามานะห์เช่นเดียวกัน
อีกหลักการหนึ่งที่สำคัญ คือท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ได้เตือนไว้ว่า ผู้ที่มอบหมายตำแหน่งให้แก่บุคคล ทั้งที่รู้ว่ามีผู้ที่เหมาะสมกว่า ย่อมเป็นการทรยศต่ออัลลอฮ์ ศาสนทูต และบรรดาผู้ศรัทธา ความหมายของคำสอนนี้สะท้อนให้เห็นว่า การคัดเลือกบุคคลต้องตั้งอยู่บน "ความเหมาะสม" มากกว่าความสนิทสนม
ในอีกมิติหนึ่ง อิหม่ามเองก็ควรวางบทบาทของตนอย่างรอบคอบ แม้กฎหมายจะเปิดโอกาสให้สามารถได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้ แต่ควรพิจารณาว่า ภารกิจหลักของอิหม่ามคือการดูแลศาสนกิจ การอบรมสั่งสอน และการพัฒนาชุมชนของมัสยิด ซึ่งเป็นอามานะห์ที่หนักอยู่แล้ว
หากในชุมชนมีบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีเวลา มีความรู้ด้านการบริหาร และสามารถอุทิศตนให้กับงานระดับจังหวัดได้ การเปิดโอกาสให้บุคคลเหล่านั้นเข้ามารับผิดชอบ อาจเป็นประโยชน์ต่อทั้งมัสยิดและองค์กรอิสลามโดยรวม ส่วนอิหม่ามก็ยังสามารถทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและเป็นพลังสนับสนุนจากฐานชุมชนได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าอิหม่ามไม่ควรดำรงตำแหน่งระดับจังหวัด แต่ควรเป็นทางเลือกเมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นจริง และไม่มีผู้ที่เหมาะสมกว่าที่จะทำหน้าที่นั้น เพราะการรับตำแหน่งทุกตำแหน่งในอิสลามไม่ใช่เกียรติยศ หากแต่เป็นความรับผิดชอบที่ต้องตอบต่ออัลลอฮ์และประชาคม
ท้ายที่สุด การคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการแข่งขันของบุคคลหรือกลุ่ม แต่เป็นกระบวนการเฟ้นหาผู้รับใช้ศาสนาและสังคม ผู้ที่จะทำงานด้วยความโปร่งใส ยึดหลักชูรอ (การปรึกษาหารือ) ยุติธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม
หากอิหม่ามทุกท่านใช้สิทธิของตนด้วยความตักวา ปราศจากอคติและผลประโยชน์ส่วนตัว เลือกคนจากความสามารถ ความซื่อสัตย์ และอามานะห์ มากกว่าความใกล้ชิดหรือแรงกดดันใด ๆ กระบวนการคัดเลือกตั้งแต่ "ด่านแรก" ก็จะเป็นรากฐานที่แข็งแรงขององค์กรอิสลามทั้งจังหวัด และส่งผลต่อคุณภาพของการบริหารงานศาสนาในระดับประเทศต่อไป.
ชุมพล ศรีสมบัติ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
โปรดใช้วิจารณญานในการแสดงความคิดเห็น