วังวนอำนาจบนศรัทธา: เมื่อ "ระบบตัวแทน" กลายเป็น "เกมการลงทุน"

วังวนอำนาจบนศรัทธา: เมื่อ "ระบบตัวแทน" กลายเป็น "เกมการลงทุน"
​ในโครงสร้างการปกครององค์กรศาสนาอิสลามของประเทศไทย คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (กอท.) เปรียบเสมือนหอคอยงาช้างที่มีบทบาทชี้ชะตาทั้งด้านกฎหมาย จริยธรรม และเศรษฐกิจมหาศาล แต่น้อยคนนักจะตั้งคำถามถึง "ต้นทาง" ของอำนาจเหล่านั้นว่าถูกถักทอขึ้นมาด้วยเส้นด้ายแห่งศรัทธา หรือเส้นลวดแห่งผลประโยชน์
​🏗️ สถาปัตยกรรมแห่งอำนาจ: 6 ปี กับที่มาสองแพร่ง
​ภายใต้ พ.ร.บ. การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 ตำแหน่งกรรมการกลางฯ มีวาระยาวนานถึง 6 ปี โดยมีที่มาที่ดูเหมือนเป็นประชาธิปไตยทางอ้อม:
​เสียงจากฐานราก: ตัวแทนจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (กอจ.) 40 จังหวัด จังหวัดละ 1 ท่าน
​โควตาจากยอดพีระมิด: การคัดสรรโดยจุฬาราชมนตรีอีกประมาณ 13 ท่าน
​เมื่อรวมกันเป็นคณะกรรมการ 53 ท่าน นี่คือกลุ่มบุคคลผู้ถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารกิจการอิสลามทั่วประเทศ แต่จุดที่น่าสังเกตคือ "จุฬาราชมนตรี" เอง ก็ต้องได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากประธานและกรรมการ กอจ. ทั่วประเทศเพื่อให้ได้เข้าสู่ตำแหน่งเช่นกัน
​💰 เศรษฐศาสตร์การเมืองในคราบผ้าคลุมศาสนา
​เมื่อที่มาของผู้นำสูงสุดต้องพึ่งพา "เสียง" จากตัวแทนจังหวัด วงจรที่เรียกว่า "ระบบอุปถัมภ์" จึงเริ่มทำงาน ผู้ที่มีบารมีหรือ "คอนเนคชั่น" กว้างขวางในกลุ่ม กอจ. จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงคะแนนเสียง
​แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง "ไม่มีของฟรีในเกมอำนาจ" การจะได้มาซึ่งเสียงสนับสนุนมักตามมาด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือที่เรียกว่า "การลงทุน" ไม่ว่าจะเป็นในรูปของทรัพยากร พาวเวอร์ หรืออามิสสินจ้าง เพื่อปั้นแต่งบุคคลที่ตนต้องการให้ขึ้นสู่จุดสูงสุด
​"ในระบบที่ผู้สนับสนุนคือผู้ลงทุน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้ลงทุนจะอยู่เหนือผู้ดำรงตำแหน่ง" นี่คือสัจธรรมที่น่าหวาดหวั่น เพราะหากการเข้าสู่อำนาจเริ่มต้นด้วยต้นทุนที่ต้อง "ถอนทุนคืน" คำถามเรื่องความโปร่งใสย่อมถูกปัดตกไปโดยปริยาย
​🚪 วิกฤต "คนดีหนีโลก" กับทางตันของโครงสร้าง
​จากการสำรวจลึกลงไปในจิตใจของผู้ทรงคุณธรรมและนักวิชาการผู้มีความรู้ (อาลิม) หลายท่านเลือกที่จะ "นิ่งดูเฉยๆ" * ความเบื่อหน่าย: พวกเขาไม่อยากลงแข่งขันในกติกาที่เอื้อต่อผู้มีทุน
​การรักษาความบริสุทธิ์: หลายท่านเกรงว่าการเข้าไปเกือกกลั้วกับ "การเมืองศาสนา" จะทำให้ชื่อเสียงที่สะสมมาต้องมัวหมอง
​กำแพงพวกมากลากไป: ต่อให้มีคนดีหลุดเข้าไปในระบบเพียงลำพัง ก็มักจะพ่ายแพ้ต่อมติเสียงส่วนใหญ่ที่มีวาระซ่อนเร้น จนสุดท้ายต้องถอยออกมาเพื่อรักษาความสันโดษ
​💡 แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์: สติปัญญาจากฐานราก
​หากโครงสร้างส่วนบนถูกล็อกด้วยโซ่ตรวนแห่งผลประโยชน์ ทางแก้ที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่การรอคอยความเมตตาจากส่วนกลาง แต่คือ "การตื่นรู้ของสัปปุรุษ" ทุกมัสยิดคือจุดเริ่มต้น หากสัปปุรุษเลือกอิหม่ามที่ "ซื้อไม่ได้" ด้วยจิตสำนึกที่เห็นแก่ศาสนามากกว่าอามิสสินจ้าง กำแพงชั้นแรกของระบบอุปถัมภ์จะเริ่มแข็งแกร่งขึ้น แม้มัสยิดเกือบ 4,000 แห่งทั่วประเทศจะดูเหมือนเป็นจำนวนมหาศาลที่ยากจะควบคุม แต่หาก "มวลชน" เริ่มตั้งคำถามและตรวจสอบผู้นำของตนอย่างเข้มข้น แรงจูงใจในการ "ลงทุน" เพื่อกวาดต้อนเสียงก็จะลดน้อยลง เพราะผลตอบแทนจะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงอีกต่อไป
​🔚 บทสรุป
​สารคดีชิ้นนี้ทิ้งท้ายด้วยคำถามสำคัญต่อสังคม: เราจะยอมให้องค์กรศาสนาเป็นเพียง "ตรายาง" ของผู้มีอิทธิพล หรือจะร่วมกันผลักดันให้กลับมาเป็น "ประทีป" นำทางจิตวิญญาณ? สุดท้ายแล้ว ความโปร่งใสไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวบทกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "หัวใจ" ของผู้เลือกที่ไม่ยอมขายอามานะฮ์ (หน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์) และ "ความกล้าหาญ" ของผู้มีความรู้ที่จะไม่อยู่เพียงในมุมสงบ แต่ก้าวออกมาเพื่อเป็นหลักยึดที่ถูกต้องให้กับสังคมมุสลิมอย่างแท้จริง

ความคิดเห็น