นี่คือรายละเอียดและคุณสมบัติของผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ครับ:
1. ความหมายของ "ฟีสาบีลิลลาฮ์"
ตามรากศัพท์ภาษาอาหรับแปลว่า "ในทางของอัลลอฮ์" * ความหมายดั้งเดิม (ทางนิติศาสตร์): หมายถึง อาสาสมัครที่ออกไปทำสงครามเพื่อปกป้องศาสนา (ญิฮาด) โดยที่พวกเขาไม่ได้รับเงินเดือนประจำจากรัฐบาล
- ความหมายโดยกว้าง (นักวิชาการร่วมสมัย): ครอบคลุมถึง ทุกกิจกรรมที่เป็นการส่งเสริม ทำนุบำรุง และปกป้องศาสนาอิสลาม เพื่อให้พจนารถของอัลลอฮ์สูงส่งขึ้น
2. บุคคลกลุ่มใดที่เข้าข่ายประเภทนี้?
ในปัจจุบัน คณะกรรมการอิสลามและนักวิชาการส่วนใหญ่ (รวมถึงในประเทศไทย) มักให้คำนิยามกลุ่มนี้รวมถึง:
- ผู้เผยแผ่ศาสนา (ดะอ์วะฮ์): ผู้ที่อุทิศตนทำงานเชิญชวนผู้คนสู่หลักการศาสนา หรือทำงานแก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอิสลาม
- นักเรียน/นักศึกษา: ผู้ที่กำลังศึกษาความรู้ทางศาสนา (และวิชาการที่เป็นประโยชน์) เพื่อกลับมาพัฒนาสังคมมุสลิม
- ครูและอาสาสมัคร: ผู้ที่ทำงานในสถาบันการศึกษาศาสนาหรือศูนย์อบรมเยาวชน
- องค์กรหรือมูลนิธิ: ที่ทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ของมุสลิม เช่น การผลิตสื่อเผยแผ่ศาสนา การจัดอบรม หรือการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
3. คุณสมบัติของผู้รับซะกาตกลุ่มนี้
การจะพิจารณาว่าเป็น "ฟีสาบีลิลลาฮ์" หรือไม่ มักดูจากคุณสมบัติดังนี้ครับ:
- เป้าหมายชัดเจน: งานที่ทำต้องเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของศาสนาและสังคมส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือธุรกิจกำไร
- ความขาดแคลนหรือความจำเป็น: แม้บุคคลนั้นอาจจะไม่ใช่คนยากจน (มิสกีน) แต่หากเขาต้องการทุนทรัพย์เพื่อดำเนินงานสำคัญทางศาสนาให้สำเร็จ ก็สามารถรับซะกาตในช่องนี้ได้
- ไม่มีงบประมาณสนับสนุนที่เพียงพอ: เช่น อาสาสมัครที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน หรือนักศึกษาที่ไม่มีทุนการศึกษาเพียงพอจนอาจส่งผลกระทบต่อการเรียน
- ความซื่อสัตย์และจริยธรรม: ต้องเป็นผู้ที่มีความศรัทธามั่นคง และนำเงินซะกาตไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้
สรุปสั้นๆ
ฟีสาบีลิลลาฮ์ คือกลุ่มคนที่ "อุทิศตนทำงานเพื่อศาสนาและสังคม" โดยเงินซะกาตส่วนนี้จะถูกใช้เป็น "ทุนขับเคลื่อน" ให้กิจกรรมทางศาสนาดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การเผยแผ่ หรือการปกป้องสิทธิของมุสลิมครับ
หมายเหตุ: การจัดสรรซะกาตในกลุ่มนี้ควรผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการซะกาต หรือผู้รู้ในท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าเงินถูกใช้ไปในทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวมจริงๆ
การอ้างอิงถึงประเภทของผู้รับซะกาต 8 จำพวก โดยเฉพาะกลุ่ม "ฟีสาบีลิลลาฮ์" มีแหล่งที่มาหลักจากคัมภีร์อัลกุรอาน และการตีความโดยนักวิชาการอิสลาม (ฟุกอฮาอ์) ดังนี้ครับ:
1. แหล่งอ้างอิงหลัก (ตัวบทบัญญัติ)
คัมภีร์อัลกุรอาน ซูเราะห์ อัต-เตาบะฮ์ อายะฮ์ที่ 60:
"แท้จริงทานซะกาตนั้น สำหรับบรรดาผู้ที่ยากจน (ฟะกีร), บรรดาผู้ที่ขัดสน (มิสกีน), บรรดาเจ้าหน้าที่รวบรวมซะกาต, บรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขายังอ่อนโยน (มุอัลลัฟ), ในการไถ่ทาส, บรรดาผู้ที่มีหนี้สินล้นตัว, และในทางของอัลลอฮ์ (ฟีสาบีลิลลาฮ์), และผู้ที่อยู่ในระหว่างเดินทาง..."
2. การตีความจากนักวิชาการ (Fiqh)
สำหรับการนิยามคำว่า "ฟีสาบีลิลลาฮ์" นั้น มีการอ้างอิงแบ่งเป็น 2 ยุคสมัย:
ทัศนะดั้งเดิม (Classical View):
อ้างอิงจากตำรานิติศาสตร์อิสลามของมัซฮับต่างๆ เช่น ตำรา Al-Mughni ของ Ibn Qudamah (มัซฮับฮัมบาลี) หรือ ตำรา Al-Majmu' ของ Imam al-Nawawi (มัซฮับชาฟีอี) ซึ่งส่วนใหญ่ระบุว่าหมายถึง "อาสาสมัครที่ออกไปทำศึกสงคราม (อัล-ฆุซาต) เพื่อปกป้องอิสลาม" โดยที่คนเหล่านี้ไม่มีรายชื่อรับเงินเดือนจากรัฐ
ทัศนะสมัยใหม่ (Contemporary View):
เพื่อให้อิสลามสามารถตอบโจทย์สังคมปัจจุบันได้ นักวิชาการระดับโลกได้ขยายความให้ครอบคลุมการ "ญิฮาดด้วยความรู้และปากกา" (การดะอ์วะฮ์และการศึกษา) โดยมีการอ้างอิงสำคัญดังนี้:
หนังสือ "Fiqh al-Zakah" (นิติศาสตร์ซะกาต) โดย ดร.ยูซุฟ อัล-กอรอดอวีย์: ซึ่งเป็นตำราที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในยุคปัจจุบัน ท่านได้ระบุว่า "ฟีสาบีลิลลาฮ์" ครอบคลุมถึงทุกงานที่ทำเพื่อปกป้องความเชื่อถือ (อะกีดะฮ์) และเผยแผ่สัจธรรม
มติของสภาฟิกฮ์โลก (International Islamic Fiqh Academy - OIC): มีการวินิจฉัย (ฟัตวา) ให้รวมถึงการสร้างศูนย์เผยแผ่อิสลาม การผลิตสื่อทางศาสนา และการสนับสนุนนักศึกษาที่ยากไร้
สำนักจุฬาราชมนตรี (ประเทศไทย): ในทางปฏิบัติของคณะกรรมการอิสลามในไทย มักอ้างอิงตามแนวทางที่ครอบคลุมถึงการสนับสนุน "ครูสอนศาสนา" และ "นักศึกษาศาสนา" ที่ไม่ได้มีรายได้ประจำ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความรู้ในชุมชน
3. คุณสมบัติของผู้รับ (อ้างอิงตามหลักการ)
ความเห็นพ้อง (Ijma'): ผู้รับต้องเป็นมุสลิม (ยกเว้นกลุ่มมุอัลาฟ) และต้องไม่ใช่ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในทางกฎหมายที่ผู้จ่ายซะกาตต้องดูแลอยู่แล้ว (เช่น พ่อจ่ายให้ลูกไม่ได้)
เงื่อนไขความจำเป็น: อ้างอิงจาก Hadith ที่รายงานโดย Abu Dawood ซึ่งระบุว่า "ไม่อนุญาตให้จ่ายซะกาตแก่คนรวย ยกเว้น 5 กรณี..." และหนึ่งในนั้นคือ "ผู้ที่ทำงานในทางของอัลลอฮ์ (ฟีสาบีลิลลาฮ์)" (แม้เขาจะเป็นคนมีฐานะ แต่ถ้าต้องใช้ทุนในการทำงานศาสนา ก็มีสิทธิ์รับได้)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
โปรดใช้วิจารณญานในการแสดงความคิดเห็น